ดัชนีที่หายไป

 

จบลงไปแล้วสำหรับกิจกรรมเวทีสถานีความคิด: การพัฒนาดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริงของประเทศไทย ครั้งที่ 1 ซึ่งทางแผนงานขับเคลื่อนสังคมดัวยดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริงได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมริชมอนด์ จ. นนทบุรี สำหรับเวทีสถานีความคิดครั้งที่ 1 นี้ เราได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการพัฒนาดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หัวข้อ “ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม...มิติที่หายไปจากความก้าวหน้าของสังคมไทย”

ทำไมจึงหายไป

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจึงตั้งประเด็นว่ามิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้หายไปจากความก้าวหน้าของสังคมไทย แต่ถ้าเราลองนึกทบทวน ถึงการพัฒนาของประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา  ให้ดี เราจะเห็นโครงการพัฒนาต่างๆ ผุดขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเหตุผลหรือความจำเป็นต่างๆนานา เพื่อสร้างการพัฒนาให้กับประเทศ อาทิ สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน พัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ มีระบบประกันสุขภาพเพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง เป็นต้น แต่น้อยครั้งที่เราจะได้ยินถึงโครงการพัฒนา(โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่)ที่บอกว่าจะทำเพื่อให้ประเทศของเราหรือประชาชนของเรามีความก้าวหน้าหรือได้รับการพัฒนาในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในทางกลับกันบางโครงการพัฒนาที่เกิดขึ้น เรากลับได้ยินว่าเราต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอะไรไปบ้างเพื่อแลกมาซึ่งโครงการพัฒนานั้นๆ อาจจะเป็นการสูญเสียป่าร้อยละ 2.2(13,000 ไร่) ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประชาชนสำหรับกรณีเขื่อนแม่วงก์ หรือ การเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา 4,734 ไร่ เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา ซึ่งแต่ละโครงการก็ได้ตระเตรียมมาตรการ(ที่คิดว่าดีเยี่ยม) รองรับไว้แล้วเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราจะเรียกได้หรือไม่ว่ามิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้หายไปจากมุมมองที่มีต่อของการพัฒนาได้หรือไม่?

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยยืนยันถึงมุมองที่หายไปก็คือ ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีต่อความก้าวหน้าของประเทศและตนเอง (จำนวน 106,620 ราย) ซึ่งจัดทำโดยทางสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลปรากฏว่ามิติด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติถูกจัดให้มีความสำคัญต่อความก้าวหน้าของตนเองในอันดับที่ 11 (จากทั้งหมด 14 ด้าน) และถูกจัดอยู่ในอันดับท้ายสุดสำหรับความก้าวหน้าของประเทศ

หรือเราหลงลืมอะไรบางอย่าง

การที่ผู้คนให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ การศึกษา ชีวิตครอบครัว การงาน หรือว่าเศรษฐกิจ มากกว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่สิ่งเหล่านี้มีผลต่อชีวิตโดยตรง เห็นได้ชัด จับต้องง่ายและเป็นรูปธรรม ประเด็นของสิ่งแวดล้อมจึงถูกเลือกไปอยู่ในอันดับท้ายๆ ของความก้าวหน้าของตนเองและประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเหตุผลข้างต้นก็คือ อาจเป็นไปได้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อมและชีวิตผู้คนนั้นอาจเลือนหายไปจากความรู้สึกของผู้คนและสังคม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือในทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่โดยแยกขาดจากสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สิ่งแวดล้อมจึงไม่ถูกโยงไปหาวิถีชีวิตของคนมากนักโดยเฉพาะเรื่องความก้าวหน้า

จริงๆ แล้วเราอาจจะหลงลืมไปว่าการที่เราสามารถดำรงชีวิตและมีความก้าวหน้าได้ก็เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นทุนทางชีวิตเพื่อให้เกิดสิ่งเหล่านั้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำมาหากิน จนเกิดเป็นรายได้ การสร้างที่อยู่อาศัยก็ต้องพึ่งพิงทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเราจะสามารถมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ก็ต้องอาศัยอากาศสำหรับหายใจ และใช้น้ำในการหล่อเลี้ยงชีวิต

อาจไม่ใช่ขาดหายแต่กลายเป็นความขาดๆ เกินๆ

ถึงแม้มุมมองของความก้าวหน้าที่มีต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมอาจหล่นหายไปบ้าง แต่ถ้าย้อนกลับมาดูดัชนีหรือตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะบอกเราว่าความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมของเราเป็นอย่างไรแล้วบ้าง เราจะพบว่ายังไม่มีการพัฒนาดัชนีชี้วัดด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นมาโดยตรง ส่วนใหญ่มิติด้านสิ่งแวดล้อมจะถูกนำไปใช้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีอื่น เช่น ดัชนีการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่อาจเรียกได้ว่าไม่ถึงกับขาดหาย เพราะเรามีข้อมูลที่เป็นตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมอยู่มากมายที่จัดทำโดยหน่วยงานต่างๆ  เช่น ร้อยละของพื้นที่ป่าไม้ อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อคน ปริมาณขยะต่อคน เป็นต้น

แต่ส่วนใหญ่ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นการรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น และมักจะเป็นการรายงานข้อมูลในระดับภาพรวมของประเทศ อาจมีข้อมูลบางส่วนที่รายงานถึงระดับจังหวัด ส่วนในระดับท้องถิ่น หรือชุมชน แทบไม่ค่อยมีการหยิบยกเอาข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมมาพูดถึงหรือนำไปใช้งานในลักษณะของการวางแผนหรือกำหนดทิศทางพัฒนา

มีความหมาย สร้างการยอมรับ และนำไปสูการเปลี่ยนแปลง

ฉะนั้น โจทย์ท้าทายของการพัฒนาดัชนีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอาจไม่ใช่แค่ทำให้มีดัชนีเกิดขึ้น แต่สิ่งเราต้องคำนึงมากกว่านั้นก็คือเราจะสร้างดัชนีอย่างไรให้เกิดการนำไปใช้งานจริงจนนำไปสู่การจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม  จากโจทย์ท้าทายของการพัฒนาดัชนีที่กล่าวมา เราได้มีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเวทีครั้งนี้  จนทำให้เราได้ค้นพบรหัสสำคัญของการพัฒนาดัชนี ซึ่งสรุปได้เป็น 3 องค์ประกอบ คือ

·         เป็นดัชนีหรือตัวชี้วัดที่มีความหมาย มีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในสังคม ที่ผ่านมาเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกทำให้แยกส่วนจากวิถีชีวิต จนดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว คนส่วนใหญ่จึงไม่ได้ให้ความสนใจหรือรู้สึกว่าตนเองมีความเชื่องโยงกับข้อมูลด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ได้มีการนำเสนอมา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีหรือตัวชี้วัดหลายๆ ตัวที่ถูกพัฒนาขึ้นมาไม่ได้รับความสนใจหรือนำไปใช้อย่างจริงจังจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

            อย่างในกรณีของเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาตัวชี้วัดความยั่งยืนของชุมชน หรือ Indicators of Sustainable Community ได้เลือกให้จำนวนปลาแซลมอนที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติกลับมาวางไข่ในแม่น้ำของชุมชนเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม เพราะถือว่าปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีความสำคัญและมีประวัติศาสตร์ร่วมกับมนุษย์มาเป็นเวลายาวนาน ชาวอเมริกันพื้นถิ่นจะทำการอนุรักษ์ปลาแซลมอนเอาไว้เพราะถือว่าปลาชนิดนี้มีความเชื่อมโยงกับโลกและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ อีกทั้งปลาแซลมอนมักจะชอบวางไข่ในแหล่งน้ำที่สะอาด จึงถือเป็นตัวชี้วัดคุณภาพน้ำที่สำคัญและมีความหมายต่อชุมชนเป็นอย่างยิ่ง        

             สำหรับประเทศไทย เราเองก็สามารถพัฒนาตัวชี้วัดสิ่งแวดล้อมที่มีความหมายอย่างปลาแซลมอนได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การใช้ปลาเสือเป็นสัญลักษณ์และตัวชี้วัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำท่าจีน โดยปกติปลาเสือจะอยู่ในระบบนิเวศน้ำกร่อยที่มีคุณน้ำภาพดี ซึ่งในสมัยก่อนสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในแม่น้ำท่าจีนบริเวณจังหวัดนครปฐม และคนท้องถิ่นเองก็มีความทรงจำและมีความผูกพันกับปลาชนิดนี้ แต่ในปัจจุบันกลับมีปริมาณลดลงเนื่องจากคุณภาพที่เสื่อมโทรม การใช้ปลาเสือเป็นตัวชี้วัดและมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบอาจนำไปสู่ฟื้นฟูคุณภาพน้ำของแม่น้ำท่าจีนให้ดีขึ้นก็อาจเป็นได้

·         เป็นดัชนีหรือตัวชี้วัดที่สร้างการยอมรับในสังคม หลายครั้งที่ชุมชนได้พัฒนาตัวชี้วัดขึ้นมา แต่อาจจะถูกท้วงติงถึงความถูกต้อง น่าเชื่อถือตามหลักวิชาการ จนนำไปสูการปฏิเสธหรือไม่ยอมรับข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่ในความเป็นจริงเราสามารถใช้ข้อมูลในหลายๆ ส่วน ทั้งข้อมูลเชิงวิชาการ และข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบกันได้ ทั้งนี้คำว่า“ยอมรับ” ไม่ได้หมายถึงการยอมรับว่าฝ่ายหนึ่ง “ถูก” และมีอีกฝ่ายหนึ่ง “ผิด” แต่เป็นการยอมรับว่าในสังคมเรามีความแตกต่างและหลากหลาย และเราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้เป้าหมายที่มีร่วมกัน นั่นคือ การบริหารจัดการทรัพยากรที่นำเราไปสู่ความก้าวหน้าที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

·         เป็นดัชนีหรือตัวชี้วัดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญอย่างยิ่งของดัชนี ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่จะทำให้ดัชนีหรือตัวชี้วัดสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้อาจเริ่มจากการสร้างดัชนีที่มีความหมาย และเป็นที่ยอมรับในสังคมก่อน อีกทั้งกระบวนการสร้างดัชนีก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับผลลัพธ์จากดัชนี ฉะนั้นกระบวนการสร้างดัชนีก็ควรจะเป็นกระบวนการสร้างที่มีความหมายที่ให้คนรู้สึกมีส่วนร่วม ไม่ใช่ดัชนีของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นดัชนีของทุกคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายร่วมกัน

          จากรหัสสำคัญของการพัฒนาดัชนีที่เราได้ร่วมกันค้น ร่วมกันคิดในเวทีสถานีความคิด ครั้งที่ 1 นี้ เราอาจสรุปได้ว่าแท้ที่จริงแล้วดัชนีหรือตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมอาจไม่ได้หายไปไหน แต่หัวใจของดัชนีหรือตัวชี้วัดต่างหากที่หายไป สิ่งที่เราต้องร่วมด้วยช่วยกันทำต่อไปก็คือการนำหัวใจใส่กลับไปในดัชนี เกิดเป็นดัชนีที่มีหัวใจ มีความหมาย ได้รับการยอมรับ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่นำความก้าวหน้าที่แท้จริงมาสู่สังคมไทย

โดย: 
ธัญญาภรณ์ สุรภักดี มูลนิธินโยบายสุขภาวะ