อำนาจ (จะ) เจริญด้วยพลังของประชาชน

เป็นที่รู้ๆ กันในกลุ่มคนที่ทำงานด้านการพัฒนา จังหวัดอำนาจเจริญมักติดหนึ่งในห้าอันดับแรกที่จนที่สุดของประเทศไทย ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าเมืองที่มีเศรษฐกิจยากจนซะขนาดนี้ คุณภาพชีวิตของคนอำนาจเจริญจะข้นแค้นขนาดไหน แต่ภาพที่เราจินตนาการอาจไม่ได้เหมือนกับภาพที่คนอำนาจเจริญเป็นเสมอไป ทุกครั้งที่เจอกับกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาในท้องถิ่น พวกเขามักเน้นย้ำให้ฟังเสมอว่า แม้จังหวัดของพวกเขาจะถูกตีตราว่ายากจน แต่พวกเขาก็มีความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีไม่น้อยหน้าใคร สิ่งที่ต้องการจะบอกแก่เราคือ “ความก้าวหน้าหรือล้าหลังอย่าวัดกันที่ความมั่งคั่งในกระเป๋าสตางค์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองหลากหลายด้าน นั่นคือความสมดุลของชีวิต”

จากคำประกาศของไม่กี่คนเมื่อวันวาน  ปัจจุบันความคิดดังกล่าวได้ขยายวงผ่านเวทีการมีส่วนร่วมของชุมชนนับไม่ถ้วนทั้งในระดับท้องถิ่นและจังหวัด รวมถึงหลายแวดวงการพัฒนา จนสู่การก่อตัวที่เป็นรูปธรรมผ่านการจัดทำ “ธรรมนูญจังหวัด” ที่ขอกำหนดทิศทางการพัฒนาด้วยตนเองตามที่ชาวอำนาจเจริญฝันถึง ธรรมนูญเปรียบเสมือนธงของการพัฒนาที่ชาวอำนาจเจริญยึดเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนา และจัดการตนเองด้วยสมองและสองมือ ไม่ต้องรอให้ใครบอกว่าต้องพัฒนา และก้าวเดินไปทางไหนเฉกเช่นในอดีต โดยคนอำนาจเจริญนับหมื่นคนถือเอาวันที่13 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นฤกษ์ดีที่จะประกาศอิสรภาพบนเส้นทางการพัฒนาและการพึ่งตนเอง

“ธรรมนูญจังหวัด” ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคน อำนาจเจริญ แต่สิ่งที่น่ายินดีสำหรับแผนงานขับเคลื่อนทางสังคมด้วยดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริง (ชื่อย่อ แผนงาน NPI) คงหนีไม่พ้นเอกสาร “เบิ่งแงง เมืองอำนาจเจริญ” ที่นำเสนอให้ชาวอำนาจเจริญซอยกันเบิ่งในวันที่ 27 มกราคม 2555 มีส่วนในการจุดไฟในกระบวนการจัดทำ “ธรรมนูญจังหวัด” ให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

เหตุก็มีอยู่ว่าเอกสาร “เบิ่งแงง…เมืองอำนาจเจริญ” ช่วยกระตุ้นให้คนอำนาจเจริญต้องมาขบคิดเรื่องสถานการณ์การพัฒนาในแต่ละด้านอย่างถี่ถ้วน รู้จักตัวตนของเมืองและคนมากขึ้นว่าอะไรคือทุนที่เข้มแข็ง ด้านไหนที่อ่อนแอ เพื่อให้สามารถใช้เป็นฐานของการออกแบบการพัฒนาที่ถูกที่ และถูกทางมากขึ้น สิ่งที่อยู่ในเอกสารสะท้อนให้เห็นว่าแม้อำนาจเจริญจะยากจน แต่มิติการพัฒนาหลายด้านไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่คิด ไม่ว่าเป็นสุขภาพ ครอบครัวและชุมชน การมีงานทำล้วนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศแทบทั้งสิ้น และที่สุดยอดคือการมีส่วนร่วมของคนที่นี่เข้มแข็งสุดๆ เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ คำถามที่ตามมาทุนที่เข้มแข็งเหล่านี้จะช่วยอุดจุดอ่อนของการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาของเด็กที่ตกต่ำ รายได้ต่ำเตี้ยติดดิน หนี้สินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และท้ายสุดปัญหาภัยแล้งที่กำลังคุกคามวิถีการผลิตเพิ่มขึ้นได้อย่างไร 

การสะท้อนคิดในครั้งนี้ ทำให้กลุ่มคนที่ปลุกปั้น “ธรรมนูญจังหวัด” รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ธรรมนูญไม่ควรจะเป็นแต่หลักการแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีรูปธรรมที่จับต้องได้และนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตของท้องถิ่นที่ดีขึ้น มิฉะนั้นธรรมนูญจะเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ไม่นำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงตามหวัง

จาก “ซอยกันเบิ่ง” จึงมาสู่ “ชอยกันเฮ็ด” สร้างรูปธรรมของการเปลี่ยนแปลง ภาพของเมืองและคนอำนาจเจริญในแต่ละมิติในอีก 5- 10 ปีข้างหน้าจะมีหน้าตาอย่างไร หลายคนมีไอเดียกระฉูดถึงขนาดจะมีการจัดทำนิทรรศการภาพอนาคตของอำนาจเจริญ เพื่อให้ชาวอำนาจเจริญมาร่วมกันติดตามและมีส่วนร่วมปฏิบัติการให้เกิดขึ้นจริง ในเวทีนี้ก็เริ่มมีผู้เสนอภาพอนาคตที่จะก้าวไปให้ถึง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างผู้ประกอบการทางสังคมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนไปสู่การผลิตและขายข้าวหอมมะลิที่ดี และการรื้อฟื้นวิถีการปลูกข้าวก่ำที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อแก้ไขปัญหารายได้ต่ำ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่สร้างทักษะชีวิตให้กับลูกหลานอำนาจเจริญ เพราะภาพอนาคตด้านการศึกษาไม่ใช่แค่การอ่านออกเขียนได้ แต่เด็กที่มีวิจารณญาณมากพอในการไตร่ตรองสิ่งต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล รวมถึงมีทักษะการใช้ชีวิต และการเลี้ยงชีพที่ดีพอ

หลายคนบ่นเสียดายว่าทีมเรานำเอกสาร “เบิ่งแงง เมืองอำนาจเจริญ” มาให้ซอยกันเบิ่งช้าไปนิด ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมตัวในการทำนิทรรศการภาพอนาคตเมืองอำนาจเจริญให้เสร็จทันที่จะประกาศพร้อมกับธรรมนูญจังหวัดในวันที่ 13 ก.พ. 55 แต่ไม่เป็นไร พี่น้องชาวอำนาจเจริญจะไปเฮ็ดกันต่อหลังงาน เอาเป็นว่าทีมเราและทุกท่านซอยกันลุ้น ซอนกันเชียร์ให้วันนั้น วันแห่งภาพอนาคตของชาวอำนาจเจริญปรากฏโฉมให้ผู้คนเมืองอื่นๆ พากันตะลึง

ที่น่ายินดียิ่งกว่านั้นคือการสนับสนุนการขับเคลื่อนธรรมนูญจังหวัดนั้นได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพื้นที่และโอกาสให้กับกลุ่มแกนนำภาคประชาชนมาประชุมร่วมกันทุกวันจันทร์ที่อบจ. แต่ที่ทำให้อึ้งยิ่งกว่านั้น คือแนวคิดการจัดทำฐานข้อมูลของประชาชนทุกคนในจังหวัดอำนาจเจริญ (Personal Profile) ที่สะท้อนระดับการพัฒนาของคนใน 10 มิติ เพื่อใช้เป็นฐานการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกคน แค่คิดตามก็ทึ่งแล้วที่ทุกคนจะมีโอกาสรู้จักตัวตน และสถานะของตนเองมากขึ้น ส่วนนักวางแผน และนักพัฒนาก็สามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลกำหนดเป้าหมาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ถูกที่ ถูกจุด และถูกคนมากขึ้น ถ้าเกิดขึ้นจริงระบบนี้จะช่วยกระตุ้นวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผน ทำให้ความฝัน (ธรรมนูญจังหวัด) มาพบเจอกับรูปธรรม (โครงการพัฒนา) และสามารถวัดผลของความสำเร็จได้ด้วยระบบฐานข้อมูล Personal Profile คิดแล้วอยากให้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้จริงๆ 

สุดท้ายขอทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกลึกๆ เมื่อได้มาสัมผัสกับขบวนการการขับเคลื่อนสังคมของที่นี่ว่า “เมืองนี้จะเจริญสมชื่อด้วยอำนาจและพลังของชาวอำนาจเจริญ”

 

 

โดย: 
ดวงใจ รุ่งโรจน์เจริญกิจ แผนงานขับเคลื่อนสังคมด้วยดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริง